สุภาพบุรุษแฟ้มเขียว บทที่3 ตอน: เมื่อวาน
posted on 01 Sep 2011 01:28 by emo2princessฮ้าาาาว......วว
สิบโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย
วันหยุดนี่มันช่างแสนดีอะไรเช่นนี้
วันนี้เป็นวันหยุดของร้าน
เนื่องจากเป็นเทศกาลของจีน อะไรซักอย่าง
ผมเลยถือโอกาสตื่นสาย
แต่ว่า....เฮ้อ
แวปเข้ามาอีกจนได้
ไอ้ภาพเหตุการณ์เมื่อวาน
ผมมันโง่จริงๆ
หลังจากที่ผมละสายตามาจากคุณหนูหลิวแล้ว ผมก็หันหลังกลับมาพิมพ์งานที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะ
ขณะที่เสี่ยและซ้อก็คุยกับคุณอุดรอย่างออกรสชาติ
บางครั้งผมก็คิดเอะใจว่า นี่พวกเขาลืมเรื่องจะชื่อไม้ไปแล้วเหรอเนี่ย
ก็เห็นคุยกันแต่เรื่องการเมือง ครอบครัว จิปาถะ
ไม่นานมาก หลังจากนั้น...
"ชัย ชัย มานี่ซิ ไปเอาน้ำมาให้คุณอุดรกับคุณหนูหลิวเพิ่มหน่อยซิ"
"โอ๊ !...นี่พนักงานใหม่หรือครับ ผมมาครั้งที่แล้วไม่ยักกะเห็น"
"ใช่ค่ะ ชื่อชัย พ่อเค้าฝากตาเฮงมา บอกว่าให้มันพิมพ์คอมฯก๊อกๆแก๊กๆไปก็ได้ ตาเฮงเห็นว่าเป็นเพื่อนกัน เลยรับไว้หนะค่ะ"
"อ๋อครับ นี่ดูอายุยังน้อยอยู่เลยนะเนี่ย อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ยเรา จะมาทำงาน"
"20 ครับ"
"เฮ้ยยังเด็กอยู่เลย ทำไมไม่ไปเรียนๆต่อซะหละฮะ ไอ้หนุ่ม"
"พ่อบอกว่า อยากให้หาเงินเองหนะครับ ถ้ามีเงินแล้วก็ค่อยไปเรียนต่อก็ยังทัน"
"งั้นเหรอ เออดีๆ ตามใจ"
"เอ้า! ชัย แล้วน้ำคุณอุดรหละ"...."ไปเดี๋ยวนี้หละครับ" ซ้อใจตัดบทสนทนา....
ก็รู้สึกแปลกๆดีนะครับ การได้คุยกับคุณอุดร.....
.
.
.
.
ผมชื่อ อุดร ...
จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่ผมทำอะไรแล้วก็ต้องเป็นที่สนใจไปหมดซะทุกอย่าง
หน้าที่หลักๆของผมก็คือบริหารประเทศ และตอบคำถามนักข่าวที่มาพร้อมกับคำถามมากมายได้ไม่เว้นวัน
แค่นั้นเอง....
ชีวิตผมหนะเคยลำบากมาก่อน
จนทุกวันนี้ก็ถือว่ามีฐานะ มีหน้ามีตาอยู่มาก
เรียกได้ว่าแม้แต่บ้านหนองหมาว้อ ไปจนถึงบ้านเขาป่าตองก็ยังรู้จักผม
นั่นก็เพราะว่าผมเป็น "นายกรัฐมนตรี" นั่นหละครับ
เป็นความฝันของผมตั้งแต่เด็กๆ ว่าวันนึง ผมจะนำคน จะบริหารบ้านเมือง
วันนี้ความฝันของผมก็เป็นจริงแล้วครับ ถึงแม้ว่าผมจะอายุได้50กว่าๆแล้วก็ตาม
แต่ตอนเด็กๆที่เคยวาดฝันไว้ ก็ไม่ได้นึกเผื่อไว้เลยว่า จะต้องเจอกับปัยหาปวดหัววุ่นวายมากมายก่ายกองขนาดนี้
....
วันนี้
ผมยุ่งมาก
คงเพราะด้วยเหตุที่ผมจะต้องไปซื้อไม้ที่ร้านของไอ้เฮง เพื่อนเก่าคนสนิท
ผมเองก็จำไม่ได้ว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหน
รู้แต่ว่านานมาก นานก่อนที่มันจะมีลูกมีเมียแน่ๆ
.....
ช่วงเวลาสายๆ ประมาณสิบโมง
ผมก็มาถึงที่หน้าร้านของไม้ของไอ้เฮง กับคุณใจ
ผู้คนในร้านดูจะลุกลี้ลุกลน ในการที่ทางต่างๆ บ้างก็เตรียมกล้องเตรียมมือถือ
นึกแล้วก็อดขำไม่ได้ สมัยก่อนตอนยังวัยรุ่น ผมปั่นจักรยานมาที่ร้าน จะชวนไอ้เฮงไปเที่ยว ยังไม่มีใครจะสนใจผมเลยซักนิด
วันเวลามันผ่านไปเร็วจริงๆ
ไม่นาน วิท คนขับผมของผมก็ลงมาเปิดประตูรถอย่างรีบร้อน
ผมไม่ได้ใส่ใจมากนักในตอนแรก
ก่อนจะรู้ว่าหนูหลิว ลูกสาวของผมยังแต่งหน้าไม่เสร็จเลย
ผมไม่เข้าใจผู้หญิงเลยจริงๆ...
ไอ้เฮงและคุณใจสั่งให้ทุกคนเข้ามาสวัสดี ผม
แต่ระหว่างนั้นผมก็หันไปบอกหนูหลิวว่า
"เอ้า ...รีบๆแต่งหน้าแล้วก็ลงมานะ หนูหลิว"
ต้องให้บอกอีกเหรอเนี่ย ไม่ใช่เด็กแล้วนะ
ผมคิดในใจ
....
ในยุคสมัยนี้ การมีหน้ามีตาในสังคมก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะมันจะเป็นเหมือนใบเบิกทางในหลายๆเรื่อง
ผมเองก็อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับลูกสาวของผม
แม้จะต้องฝืนใจเธอบ้างก็ตาม
ผมหลงไหลในกลิ่นไอของไม้มาโดยตลอด
ตั้งแต่ที่ผมยังเด็ก ก็จะปั่นจักรยานมาที่ร้านของไอ้เฮง ชวนมันไปเที่ยว
ก็จะได้กลิ่นไอของไม้โชยออกมา มันเป็นกลิ่นหอมแบบแปลก ชวนหลงไหลจริงๆ
ผมจึงมาอุดหนุนไม้ร้านไม้แห่งนี้อยู่เสมอ
ทั้งซื้อเพื่อนำไปต่อเติมซ่อมแซมบ้าน หรือซื้อเพื่อช่วยเหลือกิจการของร้าน
เฮงและคุณใจจึงดูแลผมเป็นพิเศษ
...
หลังจากทักทายทุกๆคนเสร็จ
ผมก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวประจำที่คุณใจเตรียมไว้ให้
พลางชะเง้อมองดูหนูหลิวที่เพิ่งจะลงจากรถ พร้อมกับสายตาพนักงานในร้านที่จับจ้องไปที่หนูหลิว
พลางคิดว่า
"เดินตามรอยพ่อไม่มีผิดเลยนะ พ่อขอโทษนะ แต่เดี๋ยวก็จะชินไปเองหละ"
คิดจบปุ๊บ ก็หันกลับมาทางเดิมปั๊บ
ก่อนจะทักทายอย่างเป็นทางการอีกครั้งกับไอ้เฮงเพื่อนเก่า และคุณใจภรรยาของไอ้เฮง
หนูหลิวกำลังเดินผ่านแสงแฟลชมากมาย ตรงมาที่ผม
ผมเหลือบไปเห็นพนักงานคนหนึ่งในร้านกำลังจ้องลูกสาวผมอยู่
สายตาดูจริงๆจังเกินไป มันคิดอะไรรึเปล่านะไอ้นี่
เมื่อไหร่มันจะหยุดมองวะ
"หลิว พ่อบอกให้ลงมาตั้งนานแล้วไงลูก"
"ก็หนูไม่อยากลงมานี่คะพ่อ"
"หลิว เสียมารยาทหนะลูก เอ้า สวัสดีเสี่ยเฮงก่อนสิ"
"สวัสดีค่ะเสี่ยเฮง สวัสดีค่ะซ้อใจ"
ใช่แล้ว
นี่ลูกสาวผมเอง
คุณหนูหลิว ลูกสาวคนเดียวของผม
เธอคงจะอายุประมาณ18 19มั้ง ผมไม่ค่อยรู้
แต่เธอมักจะแต่งหน้าให้ดูอายุเยอะขึ้นมาหน่อย
เธอว่าจะได้ไม่ดูเด็กเกินไป ให้สมกับที่มีพ่อเป็นนายกฯ
ผมคิดพลางมองลูกสาวหน้าตาจิ้มลิ้มของผมนั่งลงที่เก้าอี้ที่คุณใจเตรียมไว้ให้ข้างๆผม
ว่าไปแล้ว ไอ้พนักงานคนนั้นมันมองหนูหลิวนานไปแล้วนะ
มองตั้งแต่ลงจากรถมาแล้ว
ผมรู้สึกติดใจในตัวไอ้พนักงานคนนี้แปลกๆพิกล
เป็นเพราะอะไรกันนะ?.....
To be continue.....